วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้            
               
                  การเรียนวิชาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาอังกฤษ เป็นขั้นตอนแรกที่เราจะได้เรียนรู้ถึงโครงสร้างในการพัฒนาวิชาชีพการเป็นครูที่ดีต่อไปในอนาคต การจัดการเรียนรู้นั้น สิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญคือการตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระนั้นๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตรงตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ สำหรับนักศึกษาที่เรียนในสาขาวิชาครุศาสตร์บัณฑิตทุกคน จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ถึงการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ และการทดลองสอนในชั้นเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการสอนต่อไปในอนาคต
ในอนาคตอันใกล้นี้ การจัดการเรียนรู้ของครูทุกคนจะต้องสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์รายหน่วยและจุดประสงค์รายคาบ กระบวนการที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจหลักสูตรมากที่สุดคือกระบวนการเขียนแผนการสอนและการทดลองสอน ในด้านของกระบวนการเขียนแผนการสอนนั้น เราต้องมีการวางแผนเกี่ยวกับการจัดทำโครงสร้างการสอน โดยการกำหนดระดับชั้นและเขียนเค้าโครงหน่วยการเรียนรู้ หน่วยย่อยของหน่วยการเรียนรู้ ทักษะที่ต้องการฝึก หลังจากที่ได้เค้าโครงดังกล่าวแล้ว จึงศึกษามาตรฐานการเรียนรู้จากหลักสูตรแกนกลางของกลุ่มสาระ เพื่อวิเคราะห์มาตรฐานให้ตรงกับจุดประสงค์และทักษะที่ตั้งไว้ หลังจากที่ได้มารฐานการเรียนรู้และจุดประสงค์แล้วก็เข้าสู่ขั้นการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ เราสามารถจัดการเรียนรู้ได้ทั้งแบบ Task Based และแบบ 3Ps  
กระบวนการการจัดการเรียนรู้ทั้งแบบ Task Based และแบบ 3Ps นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การจัดการเรียนรู้แบบ Task Based เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีภาระงานเพื่อเกิดการเรียนรู้ แต่การจัดการเรียนรู้แบบ 3Ps เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากครูผู้สอนโดยรง ในส่วนนี้จะขอนำเสนอเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ Task Based
จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น การจัดการเรียนรู้แบบ Task Based เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีภาระงานเพื่อเกิดการเรียนรู้ เน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น กระบวนการนี้มีขั้นตอนหลักๆ อยู่ 3 ขั้นตอนคือ Pre Task เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน ครูสามารถให้เด็กศึกษาจากสื่อที่ครูเรียมมาให้เพื่อกระตุ้นผู้เรียนก่อนนำเข้าสู่บทเรียน เช่นการใช้เกม การใช้วิดีโอ การใช้เสียง เป็นต้น ขั้นที่ 2 คือ Task Cycle เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะต้องฝึกโดยตนเองจากภาระงานที่ครูมอบให้ ในการฝึกทักษะการฟัง-พูด ครูสามารถใช้สื่อการเรียนรู้ประเภท Information Gap ในการฝึกทักษะนี้ได้เป็นอย่างดี ขั้นที่3 คือขั้น Language Focus เป็นขั้นสุดท้ายของการเรียนรู้แบบ Task Based ในขั้นนี้ครูผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนไปสอนในขั้นแรกหรือจะสอนในขั้นสุดท้ายก็ได้ โดยคำนึงจากระดับความรู้ความเข้าใจของเด็ก การประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ Task Based ในห้องเรียนเมื่อออกไปปฏิบัติการขั้นทดลองสอนและฝึกสอนคือ การวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อจัดทำหน่วยและแผนการเรียนรู้ โดยคำนึงจากระดับความรู้ของผู้เรียน การเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียน การบริหารจัดการเวลาและขั้นตอนการสอนให้ราบรื่นและคล่องแคล่ว สุดท้ายคือผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

การจัดการเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ครูทุกคนต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก ครูสามารถเลือกใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้มากมาย ที่สำคัญคือการตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของครูนั้นจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางได้กำหนดไว้ เพื่อนำไปสู่ผลผลิตของประชากรที่ดีต่อไปในอนาคตได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น