สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
การเรียนวิชาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาอังกฤษ
เป็นขั้นตอนแรกที่เราจะได้เรียนรู้ถึงโครงสร้างในการพัฒนาวิชาชีพการเป็นครูที่ดีต่อไปในอนาคต
การจัดการเรียนรู้นั้น
สิ่งแรกที่เราควรให้ความสำคัญคือการตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระนั้นๆ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตรงตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้
สำหรับนักศึกษาที่เรียนในสาขาวิชาครุศาสตร์บัณฑิตทุกคน
จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ถึงการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้
และการทดลองสอนในชั้นเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการสอนต่อไปในอนาคต
ในอนาคตอันใกล้นี้
การจัดการเรียนรู้ของครูทุกคนจะต้องสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด
จุดประสงค์รายหน่วยและจุดประสงค์รายคาบ กระบวนการที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจหลักสูตรมากที่สุดคือกระบวนการเขียนแผนการสอนและการทดลองสอน
ในด้านของกระบวนการเขียนแผนการสอนนั้น
เราต้องมีการวางแผนเกี่ยวกับการจัดทำโครงสร้างการสอน โดยการกำหนดระดับชั้นและเขียนเค้าโครงหน่วยการเรียนรู้
หน่วยย่อยของหน่วยการเรียนรู้ ทักษะที่ต้องการฝึก
หลังจากที่ได้เค้าโครงดังกล่าวแล้ว
จึงศึกษามาตรฐานการเรียนรู้จากหลักสูตรแกนกลางของกลุ่มสาระ
เพื่อวิเคราะห์มาตรฐานให้ตรงกับจุดประสงค์และทักษะที่ตั้งไว้
หลังจากที่ได้มารฐานการเรียนรู้และจุดประสงค์แล้วก็เข้าสู่ขั้นการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้
เราสามารถจัดการเรียนรู้ได้ทั้งแบบ Task Based และแบบ 3Ps
กระบวนการการจัดการเรียนรู้ทั้งแบบ
Task Based และแบบ 3Ps นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การจัดการเรียนรู้แบบ Task Based เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีภาระงานเพื่อเกิดการเรียนรู้
แต่การจัดการเรียนรู้แบบ 3Ps เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากครูผู้สอนโดยรง
ในส่วนนี้จะขอนำเสนอเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ Task Based
จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น
การจัดการเรียนรู้แบบ Task Based เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีภาระงานเพื่อเกิดการเรียนรู้
เน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น
กระบวนการนี้มีขั้นตอนหลักๆ อยู่ 3 ขั้นตอนคือ Pre
Task เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน
ครูสามารถให้เด็กศึกษาจากสื่อที่ครูเรียมมาให้เพื่อกระตุ้นผู้เรียนก่อนนำเข้าสู่บทเรียน
เช่นการใช้เกม การใช้วิดีโอ การใช้เสียง เป็นต้น ขั้นที่ 2
คือ Task Cycle เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะต้องฝึกโดยตนเองจากภาระงานที่ครูมอบให้
ในการฝึกทักษะการฟัง-พูด ครูสามารถใช้สื่อการเรียนรู้ประเภท Information
Gap ในการฝึกทักษะนี้ได้เป็นอย่างดี ขั้นที่3
คือขั้น Language Focus เป็นขั้นสุดท้ายของการเรียนรู้แบบ Task
Based ในขั้นนี้ครูผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนไปสอนในขั้นแรกหรือจะสอนในขั้นสุดท้ายก็ได้
โดยคำนึงจากระดับความรู้ความเข้าใจของเด็ก การประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ
Task Based ในห้องเรียนเมื่อออกไปปฏิบัติการขั้นทดลองสอนและฝึกสอนคือ
การวิเคราะห์ผู้เรียนเพื่อจัดทำหน่วยและแผนการเรียนรู้
โดยคำนึงจากระดับความรู้ของผู้เรียน การเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียน
การบริหารจัดการเวลาและขั้นตอนการสอนให้ราบรื่นและคล่องแคล่ว
สุดท้ายคือผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
การจัดการเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ครูทุกคนต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก
ครูสามารถเลือกใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้มากมาย ที่สำคัญคือการตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของครูนั้นจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางได้กำหนดไว้
เพื่อนำไปสู่ผลผลิตของประชากรที่ดีต่อไปในอนาคตได้